ทวิตเตอร์ ตามรอยเฟสบุ๊ก แบนเฟสที่ออกมาปฎิเสธเรื่องของชาวยิวที่มีการฆ๋าล้างเผ่าพันธุ์

               ใน Facebook และ Twitter มีเนื้อหาที่ออกมาพูดถึงเกี่ยวกับเรื่องของการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ของชาวยิวโดยในข้อความของ Twitter และ Facebook นั้นเป็นข้อความที่ปฏิเสธข้อกล่าวหาของชาวยิวว่าพวกเขานั้นไม่เคยที่จะกระทำการป่าเถื่อนดังกล่าว  โดยหวังเรียกร้องให้ชาวโลกนั้นได้มองเห็นข้อเท็จจริงและไม่ปักฟันชาวยิว

            อย่างไรก็ตามหลังจากที่ข้อความนี้มีการถูกแชร์ออกไปในทวิตเตอร์แล้วก็ Facebook ทางด้าน Facebook ได้มีการเคลื่อนไหวทันทีโดยทางผู้บริหาร Facebook ได้สั่งให้มีการแบนข้อความดังกล่าวที่มีการแชร์กันใน social ด้วยทาง Facebook บอกว่าสิ่งที่มีการออกมาปฏิเสธเกี่ยวกับเรื่องของการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ของชาวยิวนั้นเป็นการให้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง  และเป็นการให้ข้อมูลที่บิดเบือนจากความเป็นจริงเป็นอย่างมาก

            เพราะเราก็รู้กันดีอยู่แล้วว่าชาวยิวนั้นได้มีการออกมาสังหารคนเป็นจำนวนมากโดยลักษณะของการสังหารของพวกเขานั้นจะเป็นการฆ่าตัวตายแบบพลีชีพทำให้คนที่ไม่รู้อะไรไม่ได้มีความแค้นกับใครเป็นแค่ประชาชนชาวบ้านธรรมดาต้องเสียชีวิตไปเป็นจำนวนมากดังนั้นการที่ในขณะนี้ทางด้านชาวยิวได้ออกมาใช้ Social Media เพื่อปฏิเสธสิ่งที่ตนเองกระทำนั้นเป็นสิ่งที่ทาง Facebook ไม่สามารถยอมรับได้จึงได้มีการแบนข้อความทั้งหมดออกไป

         อย่างไรก็ตามแต่หลังจากที่ทาง Facebook ได้มีการแบนข้อความที่ออกมาพูดถึงการไม่ยอมรับผิดในการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ของชาวยิวแล้วต่อมาก็เป็น Twitter ซึ่งทางผู้บริหารเองก็มีการสั่งให้แบรนด์ข้อความเหล่านี้เช่นเดียวกันโดยทางทวิตเตอร์มองว่าเขาจะมีจุดยืนเดียวกับ Facebook นั่นก็คือจะไม่มีการส่งต่อข้อมูลอันเป็นเท็จให้กับคนในโลกออนไลน์ได้อ่านและที่สำคัญเขาไม่ได้คิดจะให้คนในโลกออนไลน์มาต่อต้านชาวยิวและไม่ได้อยากสร้างกระแสให้เกิดความเกลียดชังกันแต่การที่จะใช้งาน  Twitter นั้นต้องมีการใช้งานบนหลักของความเป็นจริงจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงข้อความใดๆทั้งสิ้นที่จะทำให้ข้อมูลนั้นไม่ถูกต้องและถูกแชร์ออกไป

           ที่สำคัญทางผู้บริหารของทวิตเตอร์ยังบอกอีกด้วยว่าสำหรับโปรแกรม Twitter แล้วไม่สนับสนุนการใช้ความรุนแรงใดดังนั้นถ้าหากใครที่มีการโพสต์ข้อความที่สนับสนุนเกี่ยวกับเรื่องของการใช้ความรุนแรงหรือเกี่ยวกับเรื่องของการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ขึ้นมาเมื่อไหร่แล้วเราก็หาก Twitter ตรวจสอบพบเจอก็จะมีการแบน User นั้นทันทีและจะไม่ห้กลับมาใช้งานได้อีกอย่างแน่นอน

      สิ่งที่ทางทวิตเตอร์กับ เฟสบุ๊กได้กระทำนั้นถือว่าถูกต้องตามหลักของคนที่มีมนุษยธรรมแล้ว ที่จะให้ข้อมูลเป็นจริงหรือเรื่องจริงเท่านั้นที่ควรจะมีการแชร์ข้อมูลออกไปได้

 

สนับสนุนโดย    Gclub ฝากถอนไม่มีขั้นต่ำ