เครื่องตรวจหาสารเสพติดในเส้นผมแม่นยำรวดเร็วกว่าตรวจปัสสาวะ

เครื่องตรวจหาสารเสพติด  เดิมทีวิธีการตรวจหาสารเสพติดของไทยจะใช้วิธีตรวจปัสสาวะแต่วันนี้การตรวจหาสารเสพติดได้ก้าวหน้าขึ้นไปอีกขั้นค่ะเมื่อสถาบันนิติวิทยาศาสตร์สามารถนำเส้นผมมาตรวจหาสารเสพติดได้สำเร็จแล้วมีแนวคิดมาจากทางฝั่งยุโรปนะคะคือในการตรวจทางด้านนิติวิทยาศาสตร์เนื้อเยื่อต่างๆมันก็จะย่อยสลายไปได้ตามกาลเวลา

      สิ่งที่เหลือไว้อยู่เนี่ยมันก็อาจจะมีเหลือแต่กระดูกจะย่อยสลายช้าหน่อยก็จะมีกระดูกหรือว่าจะให้ผมนี่ล่ะค่ะฟันอะไรเงี้ยการตรวจทางด้านจิตวิทยาเนี่ยควรที่จะตรวจหาจากตัวอย่างไหนที่ง่ายก็ไปมองที่เส้นผมเราเห็นว่าเส้นผมเนี่ยมันมีความง่ายแล้วก็สามารถตรวจหาประวัติของการใช้น่าจะได้ด้วยเหรอเนี่ยเราจึงพัฒนาวิธีการตรวจหาสารเสพติดหรือยาต่างๆในเส้นผมค่ะ   

      สารอาหารยาพิษอันเนี้ยได้รับเข้าไปปุ๊บเนี่ยก็จะเข้าสู่เลือดแล้วก็ไปยังอวัยวะต่างๆแล้วก็ถูกขับออกจากร่างกายโดยปัสสาวะมันก็จะถูกขับออกไปเรื่อยๆจนไม่สามารถตรวจได้แต่ในขณะเดียวกันการที่วัตถุพยานทางเลือกอื่นเช่นเส้นผมอยู่กับกระดูกเนี่ยมันจะโดนสะสมมันจะเข้าไปสะสมในนั้นคือยาหรือสารพิษเนี่ยมันจะสะสมอยู่ภายในแกนกลางซึ่งผมไม่เช่นนั้นเราไม่ได้วิเคราะห์จากสารที่ติดอยู่ข้างนอกนะคะ

        เราต้องสกัดเอาสารออกมาจากแกนกลางซึ่งผมเท่านั้นค่ะสามารถตรวจได้ประมาณเป็นสัปดาห์เลยก็คือตรวจได้ตามระยะความยาวให้ผมได้เลยย้อนหลังไม่ได้เลยว่าคนนี้มีการเสพหรือใช้ยาเสพติดได้ผ่านมาแล้วกี่เดือนกี่ปีตามความยาวของเส้นผมเลยค่ะแจ้งผมเนี่ยจะมีอัตราการงอกที่ระยะเวลาเฉลี่ย 1 เซนติเมตรต่อ 1 เดือน

เพราะฉะนั้นการที่แจ้งผมยาว 12 cm มันจะสามารถย้อนหลังไปได้อีก 2 เดือนก็คือ 1 ปีถ้าเกิดไป 1 เดือนก็ 1 cm เราจะตัดให้ผมมาวิเคราะห์เนี่ยจะตัดที่บริเวณหลังศีรษะเราตัดเสร็จเนี่ยเราก็ต้องนำมาสกัดยาหรือสารเสพติดออกมาก่อนแล้วจากนั้นก็นำมาทำการวิเคราะห์ด้วยเครื่องมือที่ใช้เทคโนโลยีที่ค่อนข้างสูงแล้วก็มีความไวสูงมากก็คือสารที่มีปริมาณน้อยเนี่ยเราจะสามารถวิเคราะห์ด้วยนี้ได้แม่นยำค่ะ

        หากพูดถึงความสำเร็จที่ได้จากการใช้เครื่องตรวจหาสารเสพติดในเส้นผมต้องบอกว่ามีมากมายเลยทีเดียวค่ะยกตัวอย่างเช่นการพิสูจน์ความบริสุทธิ์ช่วยผู้ที่ถูกยัดข้อหาคดียาเสพติด  นี่คงเป็นอีกหนึ่งเหตุผลสำคัญว่าทำไมเทคโนโลยีด้านนิติวิทยาศาสตร์ถึงต้องได้รับการสนับสนุนและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

เพราะท้ายที่สุดแล้วคนที่ได้รับประโยชน์มากที่สุดจากการพัฒนาดังกล่าวก็คือประชาชนที่จะได้รับความยุติธรรมผ่านเครื่องมือต่างๆในการพิสูจน์หาความจริงและที่เราทุกคนจะได้อยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขนั้นเองค่ะ 

 

สนับสนุนโดย.   ทางเข้า UFABET ภาษาไทย

Dtac ทำดีเปิดแคมเปญลดปัญหาโลกร้อน

            อย่างที่รู้กันดีว่าปัจจุบันโลกเรามีปัญหาหลายอย่างโดยเฉพาะเกี่ยวกับเรื่องของปัญหาโลกร้อนที่คนทั่วโลกต่างก็พากันรณรงค์ซึ่งส่วนหนึ่งของการเกิดปัญหาโลกร้อนก็คือการที่มีการเผาไหม้ขยะ  ซึ่งปัจจุบันนี้เราจะเห็นได้ว่ามีหลายประเภทที่มีการลดการกำจัดขยะโดยการนำขยะนำมารีไซเคิลใช้งานใหม่ซึ่งประเทศไทยเองในขณะนี้ก็มีการรณรงค์เรื่องของการลดการใช้งานพลาสติกและลดปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของควันดำ

โดยมีการออกกฎเกี่ยวกับเรื่องของรถเก่าที่เกิน 10 ปีไม่ให้นำมาวิ่งบนถนนและถ้าหากรถที่วิ่งบนถนนมีควันดำก็จะถูกจับเนื่องจากว่าผิดกฎหมายแต่อย่างไรก็ตามสิ่งเหล่านี้ยังไม่ใช่วิธีการลดที่ได้ผล 100% เพราะฉะนั้นจึงควรต้องช่วยเหลือกันในการที่จะลดปัญหาโลกร้อนที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้

ซึ่งบริษัท Dtac ที่เป็นบริษัทเกี่ยวกับโทรศัพท์มือถือและสัญญาณโทรศัพท์มือถือก็ได้มีการออกแคมเปญขึ้นมาเพื่อช่วยเหลือสังคมซึ่งเป็นที่ว่านี้จะสามารถช่วยลดปัญหาโลกร้อนได้ถึงแม้จะไม่ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์แต่ก็ยังเป็นจุดเล็กๆที่สามารถช่วยเหลือโลกของเราได้เช่นเดียวกันสำหรับแคมเปญของดีแทคที่ออกมาใหม่นี้เป็นแคมเปญที่ชื่อว่า  ทิ้งให้ดี  ทิ้งที่ Dtac

ซึ่งแคมเปญนี้จะเป็นการพูดถึงการที่ทางบริษัท Dtac นั้นประชาสัมพันธ์ให้กับลูกค้าของ dtac สามารถที่จะนำโทรศัพท์มือถือไปทิ้งที่บริษัทดีแทคได้ทุกสาขาที่เป็นศูนย์บริการของดีแทคที่อยู่ทั่วประเทศไทยซึ่งตอนนี้ทาง dtac เองมีศูนย์บริการอยู่ในประเทศไทยทั้งหมด  51 สาขาทั่วประเทศดังนั้นหากลูกค้า Dtac คนไหนที่ไม่ใช้โทรศัพท์มือถือเครื่องเก่าแล้วก็สามารถที่จะนำโทรศัพท์มือถือเครื่องเก่าไปทิ้งที่ดีแทคได้

           โดยปกติแล้วหากเรามีการเปลี่ยนโทรศัพท์มือถือเครื่องใหม่และมือถือเครื่องเก่านั้นไม่ได้ใช้หรือใช้ไม่ได้แล้วคนส่วนใหญ่ก็มักจะทิ้งที่ถังขยะโดยไม่สนใจว่าโทรศัพท์มือถือนั้นจะถูกนำไปกำจัดขยะในรูปแบบไหนซึ่งอันที่จริงแล้วโทรศัพท์มือถือเป็นขยะแบบอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งกว่าที่จะมีการย่อยสลายได้นั้นใช้เป็นระยะเวลาหลายพันปีทีเดียวหรือถ้าเกิดว่ามีการนำไปเผาไหม้

ก็จะเกิดอันตรายมีพิษเส้นควันจากการเผาไหม้โทรศัพท์มือถือก็จะลอยขึ้นไปในอากาศสร้างเป็นปรากฏการณ์เรือนกระจกได้ส่งผลให้อากาศในโลกนั้นไม่บริสุทธิ์ยังไงก็ตามทาง dtac เล็งเห็นถึงความสำคัญเกี่ยวกับเรื่องของมลพิษทางอากาศและต้องการที่จะช่วยเหลือโลกให้ลดขยะประเภทขยะอิเล็กทรอนิกส์ให้มากที่สุดดังนั้นทางบริษัท Dtac

จึงได้ออกแคมเปญนี้มาโดยหวังว่าลูกค้าของทาง dtac ที่มีโทรศัพท์มือถือและไม่ได้ใช้งานแล้วจะนำมาทิ้งที่ Dtac ศูนย์ dtac นั้นจะมีการส่งต่อไปกำจัดขยะให้เองโดยเป็นวิธีการที่ถูกต้องและไม่สร้างปัญหามลพิษให้กับประเทศอีกด้วย

 

 

สนับสนุนโดย    ทางเข้า UFABET ภาษาไทย